ผู้เขียน หัวข้อ: ผ้าฝ้ายหมักโคลนจังหวัดอุดร ผลิตภัณฑ์ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น  (อ่าน 14100 ครั้ง)

admin

  • ยูดีทอล์ค สังคมออนไลน์ของคนอุดรธานี
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 513
    • ดูรายละเอียด
    • ยูดีทอล์ค สังคมออนไลน์ของคนอุดรธานี
ผ้าฝ้ายหมักโคลนจังหวัดอุดร "กลุ่มทอผ้าบ้านนาต้นจั่น" โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมชนบทเพื่อการท่องเที่ยว ตั้งอยู่บริเวณโรงเรียนบ้านนาต้นจั่น เลขที่ 111 หมู่ 5 ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย โทร. 0-5567-7209, 08-5905-0961, 08-9885-1639

ผ้าฝ้ายหมักโคลนจังหวัดอุดร ผลิตภัณฑ์ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น



"ผ้าทอ" ของไทย ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงาม และมีความประณีตเป็นอย่างมาก ซึ่งแต่ละถูมิภาค แต่ละท้องถิ่นของประเทศไทย ต่างก็มีผ้าทอที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของท้องถิ่นตัวเอง อย่างที่ บ้านนาต้นจั่น ซึ่งเป็นหมู่บ้านหนึ่งในต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ก็มีผ้าทอที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในนาม "ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น"
       
       "ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น" เป็นผ้าทอที่เกิดจากการใช้ภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ใช้การย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติ แล้วนำมาหมักกับโคลน ซึ่งเทคนิคนี้ค้นพบด้วยความบังเอิญกับการดำเนินชีวิตในอดีต เพราะส่วนใหญ่นิยมทอผ้าฝ้ายไว้สวมใส่เองยามไปไร่ไปนา หลังจากทำงานในไร่ในนาแล้วเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนเลอะโคลน จึงนำมาซักแล้วปรากฏว่าผ้าดูเก่า สีเปลี่ยนไป แต่กลับพบว่าผ้ามีเนื้อนิ่ม มีน้ำหนักดี และสวมใส่สบาย และด้วยภูมิปัญญาดังกล่าวนี้ จึงนำมาสู่กรรมวิธีการผลิตผ้าฝ้ายด้วยการนำมาหมักโคลนของกลุ่มอาชีพทอผ้าบ้านนาต้นจั่น ประกอบกับลวดลายการทอยกดอกของผ้าซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ



ทำให้ "ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น" เป็นผ้าทอที่มีความสวยงามน่าใช้ และมีเอลกลักษณ์เฉพาะตัวตรงที่ ผ้าทอจะมีเนื้อผ้านุ่มนิ่ม มีน้ำหนัก มีลวดลายที่สวยงามละเอียดลออ ทิ้งทอดชายผ้าห้อยระย้าให้เห็นเป็นสีเอิร์ธโทนที่สวยงาม เนื้อผ้าสวมใส่สบายไม่อบร้อน สามารถนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูปสวมใส่ได้ทุกโอกาส
       
       สำหรับการผลิตผ้าหมักโคลนนั้น ชาวบ้านจะเริ่มจากการย้อมเส้นฝ้ายสีขาวด้วยคราม ซึ่งจะใช้เวลานานนับชั่วโมงกว่าสีจะติดตามต้องการ แล้วนำเส้นฝ้ายไปผึ่งแดดให้แห้งและซักน้ำครามออก นำกลับไปผึ่งแดดอีกครั้งหนึ่ง จึงนำมาทอตามลวดลายที่กำหนดตามเอกลักษณ์ของผ้าทอบ้านนาต้นจั่น ซึ่งลวดลายส่วนใหญ่ลอกเลียนแบบจากธรรมชาติ เช่น ลายผักแว่น ลายดอกพิกุล
       
       และในส่วนของกระบวนการหมักโคลนนั้น จะขุดโคลนมาจากบึง หรือบ่อตามธรรมชาติ นำมาคัดเศษผงที่เจือปนออก แล้วนำไปผสมกับน้ำตามสัดส่วนที่กำหนด จากนั้นนำผ้าใส่ลงไปหมักในโคลนทิ้งไว้ 1 คืน นำมาซักให้สะอาด แล้วนำไปแช่น้ำ ทิ้งให้ผ้าดูดซับน้ำจนอิ่มตัว ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. จากนั้นนำผ้าไปต้มกับวัสดุที่ให้สีธรรมชาติ เช่น ครั่ง มะเกลือ หรือแก่นไม้ซึ่งให้สีต่างกันไป วัสดุที่ให้สีธรรมชาตินั้นหาได้ใน หลังจากนั้นนำผ้าไปซักจนสีของน้ำซักผ้านั้นใส เพื่อป้องกันไม่ให้สีผ้าตกในภายหลัง หลังจากนั้นก็นำผ้าไปอบและผึ่งแดดให้แห้ง เสร็จแล้วนำไปรีด พร้อมบรรจุหีบห่อรอการจำหน่ายให้ลูกค้าได้เลือกซื้อหาไปใช้งาน

ที่มา ผู้จัดการ

สังคมออนไลน์ของคนอุดรธานี http://forum.udtalk.com

kk_club12

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด
thank ขอบคุณมากนะคับ .........................
ขอบคุณเจ้าของกระทู้ด้วยนะคับผม

 

ด้วยฟังค์ชั่น ตอบด่วน คุณสามารถใช้โค๊ดและ เครื่องหมายแสดงอารมณ์ได้ เหมือนการตั้งกระทู้ธรรมดา แต่สามารถทำได้สะดวกกว่า

Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.

Note: this post will not display until it's been approved by a moderator.
ชื่อ: อีเมล์:
Verification:
Type the letters shown in the picture
Listen to the letters / Request another image
Type the letters shown in the picture:
วันพ่อวันที่เท่าไหร่: